คำไว้อาลัย มนัส โอภากุล จาก กลุ่มศิลปะ ดนตรี กวีประชาชน..

อำลา..อาลัย มนัส โอภากุล




        ในโลกหล้า ผู้ผ่านมาต้องจากไป
        คงเหลือไว้สิ่งงดงาม      นามคุณค่า
       ให้ลูกหลานสืบสาน         ธารศรัทธา
        กตัญญูตา ต่อตัวท่าน     นิรันดร์ไป

      ขอไว้อาลัยนายมนัส โอภากุล

 และแสดงความเสียใจ ต่อน้าแอ๊ด คาราบาว และครอบครัวโอภากุลครับ

           ไก่ แมลงสาบ
กลุ่มศิลปะ ดนตรี กวีประชาชน
        8 มกราคม 2554






รายละัเอียดของข่าว

           นายมนัส โอภากุล นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของ จ.สุพรรณบุรี บิดาของ แอ็ด คาราบาว เสียชีวิตแล้วด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 4 ม.ค. 54 ด้วยวัย 97 ปี ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี โดยมีพิธีรดน้ำศพนายมนัสที่ วัดพระรูป อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 พร้อมจะมีการสวดพระอภิธรรมไปทุกคืนจนถึงวันที่ 8 ม.ค. และมีกำหนดฌาปนกิจศพ ในวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 เวลา 17.00 น. ที่วัดพระรูป อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นลำดับต่อไป

            บรรยากาศงานรดน้ำศพ ”นายมนัส โอภากุล” มีเหล่าศิลปินวงคาราบาว มากันครบหน้า พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดสุพรรณบุรี มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมด้วย วินิจ เลิศรัตนชัย , ”ปาน-ธนพร”, อี๊ด โอภากุล แฝดผู้พี่ แอ๊ด คาราบาว , อู๊ด เป็นต่อ , จ้อ นินจา เป็นต้น ในการนี้ สวธ. ได้จัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศล 10,000 บาท และจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่จำนวน 80,000 บาท

             สำหรับ งานศพของนายมนัส ก็จะมีการสวดอภิธรรมเป็นเวลา 6 วัน ส่วน วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม ก็จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งถือว่ายังความปลาบปลื้มและสุดซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และหาที่เปรียบมิได้

             แอ๊ด คาราบาว เผยถึง การสูญเสียบิดาว่า ”ผมในฐานะลูก ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียอีกครั้ง จากที่เมื่อไม่นานนี้ได้สูญเสียคุณแม่ไป ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง เกินคำบรรยาย ก็ขอให้ เตี่ย นอนหลับฝันดี นอนหลับให้สบาย ผมและพี่น้องทุกคน จะขอสืบสานและทุกเจตนารมณ์ของเตี่ย ตราบที่ผมและทุกคนจะสิ้นลมครับ และขอให้เตี่ยมีความสุขกับภพที่พบและประสบใหม่ จากใจลูกชาย ผมแอ๊ดและอี๊ด และตัวแทนทุกคนครับ” แอ๊ดกล่าว







           นายมนัส โอภากุล (4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 - 4 มกราคม พ.ศ. 2554) หรือชื่อที่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีเรียกติดปากว่า "อาจารย์มนัส" เป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านเป็นบุตรชายของ นายติ๊มเข่ง แซ่โอ ชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ เกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จบการศึกษาจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย เมื่อ ปี พ.ศ. 2469 เริ่มเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ ระหว่างปี พ.ศ. 2478-พ.ศ. 2483 ต่อมาได้เป็นเสมียนและผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทสุพรรณบุรี จังหวัดพาณิชย์ จำกัด ระหว่างปี พ.ศ. 2484-พ.ศ. 2487 ภายหลังเปิดร้านค้าเป็นของตนเอง ชื่อ "ร้านมนัสพาณิชย์" ตั้งอยู่ที่เลขที่ 770 ตลาดทรัพย์สินซอย 4 อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขายเครื่องดนตรีและเครื่องกีฬา

            นายมนัส โอภากุล มีความสนใจและรักในการศึกษาค้นคว้าทางด้านโบราณคดีโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของ จังหวัดสุพรรณบุรี จนมีความรู้อย่างละเอียดและแตกฉาน ได้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา จนเป็นที่ยอมรับไปทั่ว และได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณในจังหวัดสุพรรณบุรี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา โดยเฉพาะความรู้ความสามารถทางด้านพระพุทธรูปและพระเครื่องชนิดต่าง ๆ เช่น พระผงสุพรรณ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังเป็นนักสื่อสารมวลชนท้องถิ่นที่ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับแรกของสุพรรณบุรี คือ “หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ”

             นอกจากนี้แล้ว ยังเคยเป็นผู้จัดการวงดนตรีลูกทุ่ง และเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีสากลวงแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยในปี พ.ศ. 2480 ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นในนามของ วงดนตรีโรงเรียนเทศบาลวัดปราสาททอง แล้วเปลี่ยนเป็นชื่อวง “มนัสและสหาย” ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 วงมนัสและสหายได้เข้าสังกัดสมาคมชาวสุพรรณ จึงได้ชื่อวง “ช.พ.ส.” "หนึ่งในสมาชิกของวงคืออาจารย์สุเทพ โชคสกุลเจ้าของบทเพลงที่โด่งดังและเป็นอมตะจนถึงปัจจุบันเช่นเพลง"แม่พิมพ์ ของชาติ" "มนต์การเมือง" "พระคุณที่สาม"เป็นต้น และเพลงที่ใช้ในวงการลูกเสือเช่น "ความเกรงใจ""ความซื่อสัตย์""ตรงต่อเวลา"รวมทั้งเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง"ครูบ้านนอก"อีกหลายเพลง นับได้ว่าท่านได้สร้างแรงบันดาลใจและสร้างโอกาสแก่สมาชิกในวงดนตรีของท่านจน มีโอกาสได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติและได้รับเกียรติอันยิ่ง ใหญ่ให้แสดงหน้าพระที่นั่งในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาจังหวัดสุพรรณบุรีสมาชิกของวงทุกท่านได้รับพระทานถุงทองบรรจุเหร๊ยญ 1 ตำลึงซึ่งเป็นเกียรติแก่วงตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้

         ชีวิตส่วนตัว นายมนัส สมรสกับ นางจงจิน มีบุตรด้วยกันหลายคน และมีบุตรชายฝาแฝดที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ยืนยง (แอ๊ด คาราบาว) และ ยิ่งยง โอภากุล นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง

          จากผลงานการทำงานด้านสังคม ศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ ทำให้นายมนัส โอภากุล ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขามนุษยศาสตร์ (อนุรักษ์และเผยแพร่) ประจำปี พ.ศ. 2530 เป็นผู้มีผลงานดีเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี พ.ศ. 2539 และได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2552

          นายมนัส โอภากุล ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554 มีอายุได้ 97 ปี



คลิปวิดีโอ เพื่อรำลึกถึงท่านอาจารย์ มนัส โอภากุล
------------------
อาจารย์มนัส โอภากุล เล่าเรื่องเื่มืองสุพรรณ




คุณตามนัส เล่าเรื่องที่มาของตลาดวัดจำปา ตลาดเก่าแก่ของเมืองสุพรรณ



คุณตามนัส เล่าเรื่องความเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุ­บันของเมืองสุพรรณ


คุณตามนัส เล่าเรื่องการดูแลสุขภาพ กับพรสวรรค์ทางด้านกีฬาตั้งแต่วัยหนุ่มถึง­ปัจจุบัน

Related Posts by Categories



Widget by Hoctro | Jack Book

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สิ้นคนดี กวีเมืองสุพรรณไปอีกคน เสียใจจริงๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น

สุเวศน์ ภู่ระหงษ์ ศิลปินประชาชน

เรื่องที่น่าสนใจของกลุ่มศิลปะ ดนตรี กวีประชาชน

ความเห็นต่อ กลุ่มศิลปะ ดนตรี กวีประชาชน